ราคาดีดี rakadd.com เครื่องมือทั้งหมด

คำนวณรีไฟแนนซ์บ้าน

ย้ายธนาคารแล้วประหยัดจริงเท่าไร หลังหักค่าจดจำนอง 1% ค่าประเมิน อากรแสตมป์ และค่าปรับปิดก่อนกำหนดแล้ว เครื่องมือนี้จำลองการผ่อนแบบลดต้นลดดอกทั้งสองฝั่งงวดต่องวด แล้วบอกว่าคืนทุนกี่เดือน

สินเชื่อเดิม

ดูจาก app ธนาคาร หรือคำนวณได้ที่ ดอกเบี้ยบ้าน MRR/MLR

ข้อเสนอใหม่
ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์

วิธีใช้

  1. ใส่เงินต้นคงเหลือจริง (ดูจากแอปธนาคารหรือใบแจ้งยอด) ไม่ใช่วงเงินกู้ตอนแรก
  2. ใส่ดอกเบี้ยปัจจุบัน — ถ้าหมดโปรฯ แล้วมักเป็นอัตราลอยตัว MRR ลบส่วนลด ซึ่งสูงกว่าที่คิด
  3. ใส่ข้อเสนอใหม่ทั้งดอกโปรฯ 3 ปีแรกและดอกหลังโปรฯ เพื่อเทียบตลอดสัญญาได้ครบ
  4. ค่าจดจำนองและอากรแสตมป์เว้นว่างได้ ระบบคิดจากเงินต้นคงเหลือให้อัตโนมัติ (1% และ 0.05%)
  5. ถ้ายังผ่อนไม่ครบ 3 ปีให้ติ๊กค่าปรับ เพราะมักโดน 2–3% ของเงินต้น ซึ่งทำให้ไม่คุ้มทันที

รีไฟแนนซ์บ้าน ทำไมต้องทำทุก 3 ปี

สินเชื่อบ้านในไทยเกือบทั้งหมดใช้โครงสร้างเดียวกันคือให้ดอกเบี้ยต่ำพิเศษใน 3 ปีแรก แล้วเปลี่ยนเป็นอัตราลอยตัวอ้างอิง MRR ลบส่วนลดหลังจากนั้น ปัญหาคืออัตราลอยตัวมักสูงกว่าดอกโปรโมชันเกือบเท่าตัว คนที่ผ่อนต่อไปเฉย ๆ โดยไม่ทำอะไรจึงจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นทันทีตั้งแต่งวดที่ 37 โดยที่ค่างวดเท่าเดิม แปลว่าเงินที่จ่ายไปถูกหักเป็นดอกเบี้ยมากขึ้นและตัดเงินต้นน้อยลง

เงื่อนไขสำคัญที่ทำให้จังหวะ 3 ปีลงตัวพอดีคือสัญญาสินเชื่อบ้านส่วนใหญ่ระบุค่าปรับกรณีปิดสัญญาก่อนกำหนดไว้ที่ราว 2–3% ของเงินต้นคงเหลือ แต่บังคับเฉพาะช่วง 3 ปีแรกเท่านั้น พอพ้นปีที่ 3 จึงย้ายได้โดยไม่เสียค่าปรับ และเป็นช่วงที่ธนาคารอื่นพร้อมเสนอโปรโมชันรอบใหม่ให้

ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมเวลารีไฟแนนซ์มีสี่ก้อนหลัก ก้อนใหญ่ที่สุดคือค่าจดจำนองที่กรมที่ดินเรียกเก็บ 1% ของวงเงินกู้ใหม่ ตามด้วยค่าประเมินราคาหลักประกันราวสองพันถึงห้าพันบาท ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงิน และค่าธรรมเนียมจัดการสินเชื่อของธนาคารใหม่ซึ่งบางแห่งยกเว้นให้เป็นโปรโมชัน รวมกันสำหรับวงเงิน 2.3 ล้านบาทจะอยู่ที่ราว 27,000–30,000 บาท

วิธีตัดสินว่าคุ้มหรือไม่ที่ตรงที่สุดคือดูจุดคืนทุน เอาค่าใช้จ่ายทั้งหมดหารด้วยดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ต่อเดือน ถ้าคืนทุนภายใน 12–18 เดือนถือว่าคุ้มชัดเจนเพราะยังเหลือช่วงโปรโมชันอีกปีครึ่งที่เป็นกำไรสุทธิ แต่ถ้าเกิน 30 เดือนควรคิดใหม่ อีกทางเลือกที่คนมักลืมคือการขอ retention กับธนาคารเดิม ซึ่งคือการขอลดดอกเบี้ยโดยไม่ย้ายธนาคาร ไม่ต้องจดจำนองใหม่ เสียเพียงค่าธรรมเนียมหลักพันบาท ส่วนลดที่ได้มักน้อยกว่าแต่ต้นทุนก็ต่ำกว่ามาก วิธีที่ฉลาดคือขอ retention ก่อนแล้วเอาตัวเลขมาเทียบกับข้อเสนอจากธนาคารอื่นด้วยเครื่องมือนี้

ก่อนตัดสินใจควรดูตัวเลือกอื่นประกอบ เช่นการ โปะบ้าน ซึ่งบางกรณีให้ผลดีกว่าโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเลย เทียบข้อเสนอหลายธนาคารพร้อมกันที่ เทียบสินเชื่อบ้าน 3 ธนาคาร หรือดูตารางผ่อนงวดต่องวดที่ ตารางผ่อนบ้าน

คำถามที่พบบ่อย

รีไฟแนนซ์บ้านควรทำเมื่อไร

จังหวะที่นิยมคือเมื่อผ่อนครบ 3 ปีตามเงื่อนไขสัญญาเดิม เพราะดอกโปรโมชันหมดและอัตราลอยตัวเริ่มมีผล อีกทั้งพ้นช่วงที่มีค่าปรับปิดก่อนกำหนดแล้ว จึงย้ายได้โดยไม่เสียค่าปรับและได้โปรฯ รอบใหม่

รีไฟแนนซ์บ้านมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้ ค่าประเมินราคาราว 2,000–5,000 บาท อากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงิน ค่าธรรมเนียมจัดการสินเชื่อของธนาคารใหม่ และค่าปรับปิดก่อนกำหนดจากธนาคารเดิมหากยังไม่ครบ 3 ปี

รีไฟแนนซ์กับ retention ต่างกันอย่างไร

Retention คือขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมโดยไม่ย้าย ค่าใช้จ่ายต่ำมากเพราะไม่ต้องจดจำนองใหม่ แต่ส่วนลดมักน้อยกว่า วิธีที่คุ้มคือขอ retention ก่อนแล้วเทียบตัวเลขกับข้อเสนอธนาคารอื่น

รีไฟแนนซ์บ้านคืนทุนกี่เดือนถึงคุ้ม

เอาค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์ทั้งหมดหารด้วยเงินที่ประหยัดได้ต่อเดือน คืนทุนภายใน 12–18 เดือนถือว่าคุ้มชัดเจน แต่ถ้าเกิน 30 เดือนควรพิจารณาใหม่หรือหันไปขอ retention แทน

รีไฟแนนซ์แล้วยืดงวดออกไปดีไหม

ยืดงวดทำให้ค่างวดลดลงทันทีแต่ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาสูงขึ้นมาก ถ้าต้องการเทียบว่ารีไฟแนนซ์คุ้มจริงหรือไม่ ควรใส่ระยะผ่อนใหม่เท่าเดิมก่อน แล้วค่อยลองยืดดูผลกระทบทีหลัง

เครื่องมืออื่นที่เกี่ยวข้อง