จ่ายขั้นต่ำไปเรื่อย ๆ จะใช้เวลากี่ปีถึงหมด และเสียดอกเบี้ยไปกี่บาท เทียบกับถ้าตั้งใจจ่ายคงที่เดือนละเท่าไร รองรับทั้งบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด
ยอดผ่อนขั้นต่ำคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดคงเหลือ ไม่ใช่จำนวนเงินคงที่ ผลคือเมื่อหนี้ลดลง ยอดที่ต้องจ่ายก็ลดตามไปด้วย การชำระจึงยืดออกไปเรื่อย ๆ แบบไม่รู้จบ ซ้ำร้ายเงินที่จ่ายเข้าไปจะถูกหักเป็นดอกเบี้ยของงวดนั้นก่อน เหลือเท่าไรจึงตัดเงินต้น ยิ่งดอกเบี้ยสูงและขั้นต่ำต่ำ สัดส่วนที่เหลือไปตัดเงินต้นยิ่งน้อย
ตัวเลขจริงชัดกว่าคำอธิบาย ตารางด้านล่างคิดที่ดอกเบี้ยบัตรเครดิต 16% ต่อปี ผ่อนขั้นต่ำ 8% และขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 500 บาท
| ยอดหนี้ | จ่ายขั้นต่ำจนหมด | ดอกเบี้ยรวม | งวดแรกตัดเงินต้นได้ |
|---|---|---|---|
| 30,000 | 37 เดือน (3.1 ปี) | 5,383 | 2,000 จาก 2,400 |
| 50,000 | 44 เดือน (3.7 ปี) | 9,382 | 3,333 จาก 4,000 |
| 100,000 | 54 เดือน (4.5 ปี) | 19,382 | 6,667 จาก 8,000 |
แต่ภาพจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงเมื่อเป็นบัตรกดเงินสดหรือสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งเพดานดอกเบี้ยสูงกว่าและอัตราผ่อนขั้นต่ำมักต่ำกว่า หนี้ 50,000 บาทที่ดอกเบี้ย 25% ต่อปีและขั้นต่ำ 3% จะใช้เวลาราว 177 เดือนหรือเกือบ 15 ปี และเสียดอกเบี้ยรวมราว 87,800 บาท ซึ่งมากกว่าเงินต้นที่ยืมมาเสียอีก นี่คือเหตุผลที่การจ่ายขั้นต่ำกับสินเชื่อประเภทนี้อันตรายที่สุด
ทางออกที่ได้ผลที่สุดและทำได้ทันทีคือเปลี่ยนจากจ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ มาเป็นจ่ายเป็นจำนวนเงินคงที่ เพราะเงินทุกบาทที่จ่ายเกินดอกเบี้ยของงวดนั้นจะไปตัดเงินต้นทั้งหมด กลับไปที่ตัวอย่างหนี้ 50,000 บาทดอกเบี้ย 16% ถ้าจ่ายขั้นต่ำจะใช้เวลา 44 เดือนและเสียดอกราว 9,400 บาท แต่ถ้าตั้งใจจ่ายคงที่เดือนละ 5,000 บาท จะจบใน 11 เดือนและเสียดอกเพียงราว 4,000 บาท
ข้อควรรู้เพิ่มเติมคือ ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อแต่ละประเภทไว้ และอัตราผ่อนขั้นต่ำมีการปรับเปลี่ยนเป็นระยะตามภาวะเศรษฐกิจ เครื่องมือนี้จึงให้แก้ตัวเลขได้ทั้งหมดแทนที่จะล็อกไว้ ให้ดูอัตราจริงจากใบแจ้งยอดของคุณเป็นหลัก และถ้าหนี้เริ่มเกินกำลัง ควรติดต่อสถาบันการเงินเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ หรือดูมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ ธปท. ประกาศ ซึ่งมักให้อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าการผ่อนขั้นต่ำไปเรื่อย ๆ มาก
อยากดูภาระผ่อนรวมว่าเกินกำลังหรือยัง ลองที่ เช็ค DSR ภาระหนี้ต่อรายได้ หรือถ้ากำลังวางแผนการเงินรายเดือน เริ่มจาก เงินเข้าบัญชีจริงต่อเดือน และ ดอกเบี้ยทบต้น เพื่อเห็นว่าเงินก้อนเดียวกันถ้าไม่ต้องจ่ายดอกจะโตได้แค่ไหน
ขึ้นกับยอดหนี้ ดอกเบี้ย และ % ขั้นต่ำ ตัวอย่างบัตรเครดิต 50,000 บาท ดอก 16% ขั้นต่ำ 8% ใช้เวลาราว 44 เดือน (เกือบ 4 ปี) ดอกรวมราว 9,400 บาท ส่วนบัตรกดเงินสดดอก 25% ขั้นต่ำ 3% หนี้เท่ากันใช้เวลาเกือบ 15 ปีและดอกมากกว่าเงินต้น
เงินที่จ่ายถูกหักเป็นดอกเบี้ยของงวดนั้นก่อน เหลือเท่าไรจึงตัดเงินต้น อีกทั้งยอดขั้นต่ำคิดเป็น % ของยอดคงเหลือ พอหนี้ลดยอดที่ต้องจ่ายก็ลดตาม ทำให้ยืดออกไปนานกว่าที่คิด
ธปท. กำหนดเพดานดอกเบี้ยของสินเชื่อแต่ละประเภทต่างกัน บัตรเครดิตมีเพดานต่ำกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรกดเงินสดอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งบัตรกดเงินสดมักตั้ง % ขั้นต่ำต่ำกว่า ทำให้หนี้ยืดยาวและดอกสะสมสูงกว่ามาก เพดานมีการปรับเป็นระยะ ควรดูอัตราจริงจากใบแจ้งยอด
ช่วยได้มาก เพราะเงินส่วนที่เกินดอกเบี้ยของงวดนั้นไปตัดเงินต้นทั้งหมด หนี้ 50,000 ดอก 16% จ่ายขั้นต่ำใช้ 44 เดือน ดอก 9,400 บาท แต่จ่ายคงที่เดือนละ 5,000 จบใน 11 เดือน ดอกเพียงราว 4,000 บาท
ถ้าดูเรื่องเงินล้วน ๆ ควรปิดใบที่ดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อนเพราะประหยัดดอกได้มากที่สุด แต่ถ้าต้องการกำลังใจ การปิดใบที่ยอดน้อยที่สุดก่อนจะเห็นผลเร็วและช่วยให้ทำต่อได้ เลือกวิธีที่ตัวเองทำได้จริงจะดีกว่าวิธีที่ดีที่สุดแต่ทำไม่ไหว
ติดต่อสถาบันการเงินเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ก่อนจะผิดนัดชำระ เพราะการเจรจาตอนยังไม่ค้างจะได้เงื่อนไขดีกว่า และดูมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ ธปท. ประกาศเป็นระยะ ซึ่งมักให้อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าการผ่อนขั้นต่ำไปเรื่อย ๆ มาก