ผ่อนต่อกับสัญญาเดิม หรือปิดแล้วรีไฟแนนซ์ใหม่ อันไหนคุ้มกว่า เครื่องมือนี้เทียบให้เห็นทั้ง ค่างวดต่อเดือน และ ยอดจ่ายรวมจนจบ พร้อมบอกว่าได้เงินสดกลับมาเท่าไร
รีไฟแนนซ์รถคือการขอสินเชื่อก้อนใหม่มาปิดสัญญาเช่าซื้อเดิมที่ยังผ่อนไม่หมด ส่วนสินเชื่อทะเบียนรถหรือที่เรียกกันว่าจำนำทะเบียน ใช้กับรถที่ปลอดภาระแล้วโดยใช้เล่มทะเบียนเป็นหลักประกันเพื่อขอเงินก้อน คนส่วนใหญ่ทำด้วยเหตุผลสองข้อ คือต้องการลดค่างวดต่อเดือนให้หายใจคล่องขึ้น หรือต้องการเงินสดจากส่วนต่างราคาประเมินรถ
กับดักที่พบบ่อยที่สุดคือการดูแค่ค่างวด เพราะการยืดระยะผ่อนออกไปทำให้ค่างวดลดลงได้เสมอ แต่ดอกเบี้ยแบบคงที่คิดจากยอดจัดคูณอัตราคูณจำนวนปี ยิ่งยืดปียิ่งจ่ายดอกรวมมากขึ้น เครื่องมือนี้จึงแสดงสองบรรทัดคู่กัน คือค่างวดที่เปลี่ยนไป กับยอดจ่ายรวมจนจบสัญญาที่เปลี่ยนไป ถ้าค่างวดลดลงแต่ยอดรวมสูงขึ้นมาก แปลว่ากำลังแลกสภาพคล่องวันนี้ด้วยเงินก้อนโตในอนาคต ซึ่งอาจเป็นการตัดสินใจที่ถูกในสถานการณ์คับขัน แต่ควรรู้ตัวว่ากำลังจ่ายเท่าไรเพื่อสิ่งนั้น
สิ่งที่ต้องถามให้ครบก่อนเซ็นคือค่าใช้จ่ายแฝง ได้แก่ค่าดำเนินการหรือค่าจัดไฟแนนซ์ ค่าโอนเล่มทะเบียน ค่าอากรแสตมป์ และเงื่อนไขบังคับทำประกันภัยรถยนต์ควบ รวมกันอาจอยู่ที่หลักพันถึงหลักหมื่นบาท ซึ่งกินส่วนต่างดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ไปไม่น้อย ช่องค่าดำเนินการในเครื่องมือนี้จึงถูกนำไปบวกในยอดจ่ายรวมฝั่งใหม่ให้แล้ว
สำหรับวงเงิน สถาบันการเงินมักให้ราว 70–100% ของราคาประเมินรถ ณ ปัจจุบัน ขึ้นกับยี่ห้อ รุ่น ปีจดทะเบียน สภาพรถ และประวัติการผ่อน ก่อนตัดสินใจควรคำนวณยอดปิดบัญชีสัญญาเดิมให้แม่นก่อนที่ ปิดบัญชีก่อนกำหนด และเช็คว่าค่างวดใหม่ยังอยู่ในระดับที่รับไหวที่ ผ่อนรถไหวไหม
รีไฟแนนซ์รถคือนำสินเชื่อใหม่มาปิดสัญญาเช่าซื้อเดิมที่ยังผ่อนไม่หมด ส่วนจำนำทะเบียนหรือสินเชื่อทะเบียนรถใช้กับรถที่ปลอดภาระแล้ว โดยใช้เล่มทะเบียนเป็นหลักประกันเพื่อขอเงินก้อน ทั้งคู่ใช้รถค้ำเหมือนกันแต่จุดเริ่มต้นต่างกัน
คุ้มเมื่อดอกเบี้ยใหม่ต่ำกว่าเดิมชัดเจน หรือจำเป็นต้องลดค่างวดเพื่อประคองสภาพคล่อง แต่ถ้ายืดระยะผ่อนออกไปนาน ค่างวดลดก็จริงแต่ดอกเบี้ยรวมมักสูงขึ้น ควรดูทั้งค่างวดและยอดจ่ายรวมประกอบกัน
โดยทั่วไปได้ราว 70–100% ของราคาประเมินรถ ณ ปัจจุบัน ส่วนที่เกินยอดปิดบัญชีเดิมจะได้เป็นเงินสดกลับมา ขึ้นกับยี่ห้อ รุ่น ปีจดทะเบียน สภาพรถ และประวัติการผ่อน
มักมีค่าดำเนินการหรือค่าจัดไฟแนนซ์ ค่าโอนเล่มทะเบียน ค่าอากรแสตมป์ และบางแห่งบังคับทำประกันภัยควบ รวมแล้วหลักพันถึงหลักหมื่นบาท ควรถามให้ครบเพราะมีผลต่อความคุ้มค่า
ได้ แต่ต้องปิดสัญญาเดิมก่อน จึงต้องรู้ยอดปิดบัญชีที่แน่นอน สถาบันการเงินใหม่ส่วนใหญ่จะจ่ายยอดปิดให้ไฟแนนซ์เดิมโดยตรงแล้วรับโอนเล่มมาถือแทน