มีรถ 1 คัน จริง ๆ แล้วเสียเงินเดือนละเท่าไร ค่างวดเป็นแค่ส่วนหนึ่ง — ก้อนที่ใหญ่ที่สุดมักเป็น ค่าเสื่อมราคา ที่ไม่เคยมีบิลส่งมา เครื่องมือนี้รวมทุกอย่างแล้วหารออกมาเป็นต่อเดือนและต่อกิโลเมตร
คนส่วนใหญ่ประเมินภาระของการมีรถจากค่างวดอย่างเดียว แต่ต้นทุนถือครองหรือ Total Cost of Ownership นับทุกอย่างที่จ่ายไปเพื่อให้รถคันนั้นวิ่งได้ตลอดช่วงที่เป็นเจ้าของ ก้อนที่ใหญ่ที่สุดและถูกมองข้ามมากที่สุดคือค่าเสื่อมราคา เพราะไม่มีบิลส่งมาทุกเดือน แต่รับรู้ทั้งก้อนตอนขายรถ ในทางบัญชีมันคือส่วนต่างระหว่างราคาที่ซื้อกับราคาที่ขายต่อได้
รถใหม่ในไทยมักเสียมูลค่าราว 15–20% ในปีแรก และเฉลี่ยราว 10% ต่อปีในปีถัด ๆ ไป รถที่ถือครอง 5 ปีจึงมักเหลือมูลค่าราวครึ่งหนึ่งของราคาซื้อ ซึ่งหมายความว่ารถราคา 750,000 บาทกินค่าเสื่อมไปราว 375,000 บาทหรือเดือนละกว่า 6,000 บาท มากกว่าค่าน้ำมันของคนขับทั่วไปเสียอีก ตัวเลขจริงต่างกันมากตามยี่ห้อและความนิยมในตลาดมือสอง รถบางรุ่นเสียค่าเสื่อมน้อยกว่าค่าเฉลี่ยอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ควรดูราคามือสองย้อนหลังก่อนตัดสินใจซื้อรถใหม่
ก้อนถัดมาคือดอกเบี้ยไฟแนนซ์ ซึ่งสำหรับสัญญาดอกเบี้ยคงที่ 5 ปีมักอยู่ที่หลักหลายหมื่นบาท ตามด้วยค่าน้ำมันที่ผูกกับระยะทางและอัตราสิ้นเปลือง ค่าประกันภัย ภาษีรถประจำปีกับ พ.ร.บ. และค่าบำรุงรักษาตามระยะรวมยางที่ต้องเปลี่ยนทุก 40,000–60,000 กิโลเมตร
ตัวเลขต้นทุนต่อกิโลเมตรที่ได้ออกมามีประโยชน์กว่าที่คิด ใช้เทียบว่าขับเองคุ้มกว่าเรียกรถสาธารณะหรือไม่ ใช้คิดค่าเดินทางเวลารับงานนอกสถานที่ และใช้ตั้งอัตราเรียกเก็บค่าเดินทางกับลูกค้าได้อย่างมีเหตุผล จุดที่น่าสังเกตคือยิ่งขับมาก ต้นทุนคงที่อย่างค่าเสื่อมและประกันจะถูกเฉลี่ยลงต่อกิโลเมตร ทำให้รถที่ใช้งานหนักคุ้มค่ากว่ารถที่จอดทิ้งไว้เฉย ๆ อยากเทียบค่าพลังงานกับรถไฟฟ้าดูที่ EV เทียบน้ำมัน คิดค่าน้ำมันรายทริปที่ ค่าน้ำมันต่อทริป หรือเช็คภาษีรถที่ ภาษีรถยนต์ประจำปี
คือค่าใช้จ่ายทั้งหมดของการมีรถหนึ่งคันตลอดช่วงที่ถือครอง ไม่ใช่แค่ค่างวด แต่รวมค่าเสื่อมราคาที่หายไปเมื่อขายต่อ ดอกเบี้ยไฟแนนซ์ ค่าน้ำมัน ประกัน ภาษีรถ พ.ร.บ. และค่าบำรุงรักษา
รถใหม่ในไทยมักเสียมูลค่าราว 15–20% ในปีแรก และเฉลี่ยราว 10% ต่อปีในปีถัดไป รถที่ถือครอง 5 ปีจึงมักเหลือมูลค่าราวครึ่งหนึ่งของราคาซื้อ ตัวเลขจริงต่างกันตามยี่ห้อและความนิยมในตลาดมือสอง
เป็นต้นทุนจริงและมักใหญ่ที่สุด แม้ไม่ได้จ่ายเป็นเงินสดรายเดือน แต่คือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขายต่อ ซึ่งรับรู้ทั้งก้อนตอนขายรถ คนมักมองข้ามเพราะไม่เห็นเป็นบิล
ใช้เทียบว่าขับเองคุ้มกว่าเรียกรถสาธารณะไหม ใช้คิดค่าเดินทางเวลารับงานนอกสถานที่ และใช้ตั้งอัตราเรียกเก็บค่าน้ำมันกับลูกค้า ยิ่งขับมากต้นทุนคงที่ต่อกิโลเมตรยิ่งถูกลง
ต่างกันที่ดอกเบี้ยล้วน ๆ ซื้อสดไม่มีดอกเบี้ยแต่เสียโอกาสนำเงินก้อนไปลงทุน ถ้าจะเทียบให้ยุติธรรมควรนำผลตอบแทนที่เสียไปมาคิดเป็นต้นทุนของการซื้อสดด้วย