เซฟรูปจากเว็บมาแล้วได้ไฟล์ .webp ที่เปิดไม่ได้ ส่งต่อไม่ได้ ลากมาวางที่นี่แล้วได้ JPG ที่ใช้ได้ทุกที่ ทุกอย่างทำงานในเครื่องคุณ
WEBP เป็นนามสกุลรูปที่ Google พัฒนาขึ้นเพื่อให้เว็บโหลดเร็วขึ้น ไฟล์เล็กกว่า JPG ราว 25–35% ที่คุณภาพใกล้เคียงกัน ทุกวันนี้เว็บใหญ่ ๆ แทบทุกแห่งเสิร์ฟรูปเป็น WEBP เวลาคุณคลิกขวาเซฟรูปจากเว็บ จึงมักได้ไฟล์ .webp ติดมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
ปัญหาเริ่มตอนเอาไปใช้ต่อ เพราะแม้เบราว์เซอร์จะเปิด WEBP ได้สบาย แต่โปรแกรมและระบบอีกจำนวนมากยังไม่รองรับ เช่น Microsoft Word และ PowerPoint รุ่นเก่า โปรแกรมแต่งรูปรุ่นเก่า เครื่องปริ้นบางรุ่น ระบบอัปโหลดเอกสารราชการ เว็บสมัครงาน แอปแชทบางตัวที่ส่งแล้วอีกฝ่ายเปิดไม่ขึ้น รวมถึงกรอบรูปดิจิทัลและทีวี การแปลงกลับเป็น JPG จึงเป็นทางออกที่เร็วที่สุดเพราะ JPG เป็นนามสกุลที่ทุกอุปกรณ์บนโลกเปิดได้
สิ่งที่ต้องยอมรับคือคุณภาพ ไฟล์ WEBP ที่โหลดมาจากเว็บผ่านการบีบอัดมาแล้วรอบหนึ่ง เมื่อแปลงเป็น JPG จะถูกบีบอัดซ้ำอีกรอบ ควรตั้งคุณภาพไว้ 90% ขึ้นไปเพื่อไม่ให้ภาพแย่ลงจนสังเกตได้ และถ้าไฟล์ WEBP ต้นฉบับมีพื้นหลังโปร่งใส เช่นโลโก้หรือไอคอนที่เซฟจากเว็บ ส่วนโปร่งใสจะถูกแทนด้วยสีพื้นหลังที่คุณเลือก เพราะ JPG เก็บความโปร่งใสไม่ได้ ถ้าจำเป็นต้องเก็บไว้ ให้เลือกปลายทางเป็น PNG แทน
เพราะเว็บส่วนใหญ่เสิร์ฟรูปเป็น WEBP เพื่อให้หน้าเว็บโหลดเร็วขึ้น เบราว์เซอร์จึงเซฟตามที่ได้รับมา บางเว็บมีวิธีขอเป็น JPG แต่วิธีที่ง่ายที่สุดคือเซฟมาก่อนแล้วแปลงทีหลัง
Windows 11 และ Windows 10 รุ่นใหม่เปิดดูได้แล้วผ่านแอป Photos แต่โปรแกรมอื่นอย่าง Word, PowerPoint หรือโปรแกรมแต่งรูปรุ่นเก่ายังเปิดไม่ได้ การแปลงเป็น JPG จึงจบปัญหาได้ทุกโปรแกรมในครั้งเดียว
ลดลงเล็กน้อยเพราะเป็นการบีบอัดรอบที่สอง แนะนำให้ตั้งคุณภาพ 90% ขึ้นไปซึ่งตาเปล่าแทบแยกไม่ออก ถ้าอยากรักษารายละเอียดสูงสุดให้เลือกปลายทางเป็น PNG แทน แต่ไฟล์จะใหญ่กว่ามาก
ส่วนที่โปร่งใสจะถูกแทนด้วยสีพื้นหลังที่เลือกไว้ เพราะ JPG ไม่รองรับความโปร่งใส ค่าเริ่มต้นคือสีขาว ถ้าต้องการเก็บความโปร่งใสไว้ให้เลือกแปลงเป็น PNG
ได้เฉพาะเฟรมแรก เพราะเครื่องมือนี้อ่านภาพผ่าน Canvas ซึ่งได้ทีละเฟรม ผลลัพธ์จะเป็นภาพนิ่ง